TMS รักษาโรคซึมเศร้าได้อย่างไร

โรคซึมเศร้า เป็นโรคที่พบมากที่สุดในบรรดาโรคทางจิตเวชอื่นๆ และโรคซึมเศร้าสามารถส่งผลกระทบในแง่ลบให้กับผู้ป่วยในหลาย ๆ เรื่อง เช่น ชีวิตส่วนตัว ชีวิตในที่ทำงานหรือโรงเรียน ตลอดจนการหลับ อุปนิสัยการกิน และสุขภาพโดยทั่วไป และมีความรุนแรงทำให้เกิดการสูญเสียจากการฆ่าตัวตายได้ประมาณ 2-7% ของผู้ป่วยโรคซึมเศร้า

สาเหตุของโรคซึมเศร้ามีหลายสาเหตุอาจเป็นผลจาก biopsychosocial คือเป็นผลจากปฏิสัมพันธ์ระหว่างระบบชีวภาพและการเลี้ยงดู (nature and nurture) เป็นผลจากทัศนคติเกี่ยวกับโลกที่เรียนรู้ตั้งแต่เด็ก ซึ่งในบางครั้งปัจจัยภายนอกอาจเป็นตัวกระตุ้นได้แต่ไม่ได้รุนแรง แต่สมองหรือระบบชีวภาพในร่างกายมีความผิดปกติเช่น ระดับสารสื่อประสาทกลุ่ม monoamine ในระบบประสาทลดน้อยลง หรือสมองส่วนหน้าตรง dorsolateral Prefrontal cortex ทำงานน้อยลง อาจจะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคซึมเศร้าที่รุนแรงได้ ตัวอย่างเช่นในผู้ป่วยสมองเสื่อมส่วนหน้ามักจะมีอาการของโรคซึมเศร้าเป็นมาก่อนอาการหลงลืม และจากการทำ Functional imaging เช่น PET scan ก็พบว่ายืนยันถึงการทำงานของสมองส่วนหน้าลดลง นอกจากนี้ยังพบการทำงานที่ผิดปกติในสมองส่วนอื่นเช่น สมองน้อย ( cerebellum ) ทำงานผิดปกติเช่นกัน

รูป fMRI ของผู้ป่วย depression เทียบกับคนที่ปกติ

การรักษาด้วย TMS

      การรักษาซึมเศร้าที่รุนแรงที่ใช้ยาต้านซึมเศร้าไม่ได้ผล มีการรักษาโดยใช้เครื่อง ECT (Electroconvulsive Therapy)  ซึ่งมีการใช้กันมรกว่า 75 ปี อย่างไรก็ตามพบว่าการทำ ECT มักจะมีผลข้างเคียงมากเช่นปัญหาต่อความจำและทำให้สมองเสื่อมเพิ่มขึ้น และจำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล หลายกรณีต้องดมยาสลบในระหว่างการทำ ECT ร่วมด้วย ปัจจุบันมีวิธีปรับการทำงานของสมองอีกหลายวิธีเช่น Vagus nerve stimulation และ Transcranial magnetic stimulation (TMS) แต่การทำ VNS พบว่าจำเป็นต้องใช้การผ่าตัดซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับ TMS พบว่า TMS จะสะดวกกว่าและผลข้างเคียงน้อยกว่า โดยที่ประสิทธิภาพจะดีกว่า และราคาค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า VNS ด้วย

ข้อบ่งชี้การทำ TMS ในผู้ป่วยซึมเศร้า

1. Treatment-resistant depression ซึมเศร้าที่ใช้ยาต้านซึมเศร้าไม่ได้ผล หรือทำ cognitive behavioral therapy หรือทำจิตบำบัดไม่ได้ผล

2. ผู้ป่วยโรคซึมเศร้ารุนแรงเช่นมี Suicidal risk มาก

3. ผู้ป่วยซึมเศร้าที่ไม่สามารถใช้ยาต้านซึมเศร้าได้เช่นมีอาการแพ้ยาต้านซึมเศร้า

4. ผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้ทำ ECT แต่ไม่สามารถยอมรับผลข้างเคียงจากการทำ ECT ได้

Basic of TMS for Depression

TMS กระตุ้นเซลล์สมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเป็นเครื่องมือที่ใช้หลักการเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นคลื่นแม่เหล็กขนาดสูงเพื่อส่งผ่านกะโหลกศีรษะเข้ากระตุ้นเซลล์สมองส่วนต่างๆ เพื่อปรับการทำงานของสมองใหม่ทำให้เซลล์เกิดการเชื่อมต่อที่ดีมากขึ้น (Neuronal synapse plasticity) หรือเกิดปรับการทำงานของสารสื่อประสาท ( Neurotransmitter ) โดย Mark George เป็นคนแรกที่ใช้ TMS ในการรักษาภาวะซึมเศร้า ในปี 1995 มีการศึกษาวิจัยแรกที่ตีพิมพ์ถึงผลสำเร็จในการรักษาด้วย TMS และจากงานวิจัยใหญ่ 2 ชิ้นทำให้ FDA ได้ approve ให้ TMS device แรกที่ใช้ในการรักษา major depression ในปี 2013

มีความเชื่อว่าผลจากการกระตุ้น TMS จะไปกระตุ้นสมองส่วนหน้าที่ทำงานน้อยลง หรือทำงานไม่สมดุลให้ปรับมาทำงานได้ดีขึ้น และยังเชื่อว่าสารสื่อประสาท serotonin จะเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งส่งผลทำให้อาการซึมเศร้าดีมากขึ้น

การศึกษา TMS ใน Depression

จากการศึกษาพบว่าการกระตุ้น TMS แบบ repetitive เป็นจำนวน 10 session ที่สมอง left dorsolateral prefrontal cortex แบบhigh frequency (10-20 Hz) ช่วยทำให้อาการซึมเศร้าดีขึ้นเป็นอย่างมาก และมีบางการศึกษาพบว่าการกระตุ้นสมองด้านขวา (Right dorsolateral Prefrontal cortex) แบบ low frequency แบบ 1 Hz ก็สามารถช่วยอาการซึมเศร้าดีขึ้นเช่นกัน และการศึกษาส่วนใหญ่ทำในผู้ป่วยกลุ่ม Treatment-resistant depression

นอกจากนี้ยังพบว่าการกระตุ้นที่สมองส่วนอื่นเช่น dorsomedial prefrontal cortex โดยใช้ deep coil brain stimulation ก็สามารถช่วยให้อาการซึมเศร้าดีขึ้นมากเช่นกัน และยังมีการศึกษาเปรียบเทียบกับ ECT (Electroconvulsive Therapy ) พบว่าประสิทธิภาพการลดซึมเศร้าไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ

TMS safety

พบว่าผู้ป่วยสามารถทนต่อการกรถตุ้นได้ดี ไม่ค่อยมีปัญหาหยุดกระตุ้นเพราะทนต่อผลข้างเคียงไม่ได้เช่น ปวดศีรษะ,เจ็บหนังศีรษะ และมึนงง เป็นต้น ส่วนอาการชักพบน้อยมากถ้ากระตุ้นอย่างถูกวิธีและปฎิบัติตาม safety guidance

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *