TMS เครื่องกระตุ้นเซลล์สมอง

TMS (Transcranial magnetic stimulation) คืออะไร
เครื่องกระตุ้นเซลล์สมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเป็นเครื่องมือที่ใช้หลักการเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นคลื่นแม่เหล็กขนาดสูงเพื่อส่งผ่านกะโหลกศีรษะเข้ากระตุ้นเซลล์สมองส่วนต่างๆ เพื่อปรับการทำงานของสมองใหม่ทำให้เซลล์เกิดการเชื่อมต่อที่ดีมากขึ้น (Neuronal synapse plasticity) หรือเกิดปรับการทำงานของสารสื่อประสาท             ( Neurotransmitter ) ส่งผลทำให้เซลล์สมองที่มีปัญหามีการทำงานที่ดีขึ้นเช่น โรคเส้นเลือดสมองตีบแตก, ปวดศีรษะจากไมเกรน, โรคซึมเศร้า, โรคพาร์กินสัน, โรคอัลไซเมอร์และโรคปวดที่เกิดจากระบบประสาท เป็นต้น
การกระตุ้นเซลล์สมองด้วยคลื่นไฟฟ้าสมองจัดว่าเป็น Noninvasive tool treatment มีความปลอดภัยค่อนข้างสูงมาก ไม่ทำให้เกิดการเจ็บปวด ไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อผู้ถูกกระตุ้น แต่ถึงกระนั้น ในผู้ป่วยที่การผ่าตัดใส่โลหะประเภทเหล็ก(Metal)ในร่างกายหรือใส่เครื่องกระตุ้นเช่น Pacemaker ก็ไม่ควรที่จะทำเพราะอาจส่งผลต่อเครื่องหรือโลหะที่ใส่อยู่ในร่างกายได้
การกระตุ้นสมองด้วยวิธีนี้เราแบ่งการกระตุ้นสมองเป็น 2 แบบ แบ่งตามผลของกระตุ้นคือ
1. High frequency stimulation ใช้ในการทำให้เกิด intracortical facilitation ส่งผลทำให้เซลล์สมองถูกกระต้นการทำงาน Positive effect on neuron cell เช่นในภาวะซึมเศร้า, อัมพาตจากเซลล์สมองตาย , พาร์กินสัน เป็นต้น
2. Low frequency stimulation ทำให้การทำงานของเซลล์สมองเกิด Intracortical inhibition ส่งผลให้ยับยั้งเซลล์สมองที่ทำงานมากเกินไป ( Cortical hyperexcitability) เช่นในโรคไมเกรน , กล้ามเนื้อเกร็ง(spasticity) จากเส้นเลือดสมองตีบ, มือสั่น เป็นต้น
ซึ่งในการรักษาในแต่ละโรคและในแต่ละรายจะมีความแตกต่างกันไปบางรายจำเป็นต้องกระตุ้นหลายรอบ ( multiple session ) เพื่อที่จะปรับการทำงานของเซลล์สมองและต้องดูการตอบสนองของการรักษาในแต่ละรอบด้วย เพื่อใช้ในการตัดสินใจที่จะปรับให้เหมาะกับรายนั้นๆ
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดได้จากการกระตุ้นสมองเช่น ปวดศีรษะ หรือเกิดความรู้สึกมึนๆที่ศีรษะ ตามทฤษฎี อาจทำให้เกิดอาการชักได้แต่ต้องเกิดในการกระตุ้นแบบ very high frequency stimulation หรือผู้ป่วยมีความเสี่ยงลมชักอย่างสูง และชักที่เกิดจากการกระตุ้นมักจะไม่มีความรุนแรงใดๆ
บทสรุป Transcranial magnetic stimulation นับว่าเป็นเทคโนโลยีที่สามารถแก้ไขปัญหาทางสมองและมีความปลอดภัยสูง ซึ่งการรักษาในแต่ละโรคและแต่ละรายมีความแตกต่างกันจำเป็นต้องวิเคราะห์และวางแผนการรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางระบบประสาทและสมอง

One comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *